เปิดพิกัด 7 ยอดเขา ที่อันตรายที่สุดในโลก

เปิดพิกัด 7 ยอดเขา ที่อันตรายที่สุดในโลก

เปิดพิกัด 7 ยอดเขา ที่อันตรายที่สุดในโลก ปัจจุบันการปีนเขาถือเป็นอีกกิจกรรมที่คนหันมาสนใจเป็นอย่างมาก เพราะมันได้ทั้งการออกกำลังกาย อีกทั้งธรรมชาติที่สวยงามชวนหลงใหลให้มนุษย์เราอยากลองไปทดสอบตัวเองเพื่อการเอาชนะ แต่รู้หรือไม่ว่าการปีนเขานั้นเป็นกิจกรรมที่อันตรายมาก ๆ เพราะทั้งสภาพอากาศ สภาพเส้นทาง ความชันที่หฤโหดนั้น ได้คร่าชีวิตของนักปีนเขาไปแล้วมากมาย แต่ก็มีนักปีนเขาจำนวนไม่น้อยที่ใฝ่ฝันอยากจะไปพิชิตด้วยสองขาของตัวเองสักครั้ง วันนี้เราจึงได้รวบรวมยอดเขาที่ได้ชื่อว่าอันตรายที่สุดมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน โดยจะมียอดเขาอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ

1. Eiger

Eiger

เป็นภูเขาในเทือกเขาแอลป์ในรัฐแบร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของยุงเฟราย็อค มีความสูง 3,967 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเขาไอเกอร์เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนิน ส่วนทิศใต้เป็นที่ตั้งของธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ชื่อธารน้ำแข็งอาเล็ทช์ ถึงแม้มันจะไม่ได้สูงเสียดฟ้าอย่างใครเขา ทว่ามันก็จัดเป็นยอดเขาที่อันตรายที่สุด โดยตั้งอยู่ในเทือกเขา Alps ถูกค้นพบเมื่อปี 1858 แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถพิชิตยอดมันได้สักที ถึงแม้จะมีนักปีนเขาพากันไปท้าทายความสูงของมัน แต่ก็ต้องจบชีวิตลงถึง 64 คน และส่วนที่เหลือก็พากันล้มเหลวทั้งหมด ทำให้มันมีฉายาว่า “Mordwand” หรือ “Murder wall” หรือ “กำแพงแห่งความตาย” นั่นเอง จนกระทั่ง วันที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ. 1938 หรือ 80 ปีต่อมา จึงมีผู้สามารถพิชิตมันลงได้ในที่สุด

2. Annapurna

Annapurna

เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยด้านตะวันตก ในประเทศเนปาล ซึ่งประกอบด้วยยอดเขาสูงเกินกว่า 7,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ถึง 6 ยอด ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ยอดเขาอันนะปุรณะ 1 (Annapurna I) ยอดเขาสูงอันดับ 10 ของโลก หนึ่งใน 14 ยอดเขาที่สูงเกิน 8 พันเมตร คือมีความสูงถึง 8,091 เมตร นอกจากนี้ในทิวเขาอันนะปุรณะ มียอดเขาซารังโกต (Sarangkot) สูง 1,592 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และได้ชื่อว่าเป็นภูเขาที่มีอัตราการตายมากที่สุดในโลก โดยในจำนวนนักปีนเขาทั้งหมด 157 คน มีถึง 60 คนที่ต้องมาจบที่นี่ หรือสูงถึง 38% ของผู้ท้าทายทั้งหมด ทำให้มันเป็นภูเขาที่ยากแก่การพิชิตแห่งหนึ่งของโลก แต่กระนั้นในปี 1987 มีนักปีนเขาคู่หนึ่งพิชิตมันลงได้ท่ามกลางความหนาวเหน็บในฤดูหนาวได้เป็น ครั้งแรก

3. Everest

 Everest

เอเวอเรสต์ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในแนวเทือกเขาหิมาลัย อยู่ระหว่างเขตแดนของประเทศเนปาลและเขตปกครองตนเองทิเบต สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเส้นทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว คือ เส้นทางจากทางฝั่งเมือง Lukla ของประเทศเนปาล โดยชาวเนปาลเรียกยอดเขาเอเวอเรสต์ว่า “สครมาตา” หมายถึงมารดาแห่งท้องสมุทร ส่วนชาวทิเบตเรียกว่า “โชโมลังมา” หมายถึงมารดาแห่งสวรรค์ เมื่อเทียบกับระดับน้ำทะเล ถือว่าเอเวอเรสต์เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย มีความสูงจากระดับน้ำทะเลอยู่ที่ 29,035 ฟุต หรือ 8,848 เมตร แต่ถ้าหากวัดจากฐานของภูเขาจนถึงยอดเขา ภูเขาไฟเมานา เคอา (Mauna Kea) ในหมู่เกาะฮาวาย ก็จะเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 33,500 ฟุต หรือ 10,210 เมตร ซึ่งเมื่อวัดจากระดับน้ำทะเลภูเขาลูกนี้ก็จะสูงเพียงแค่ 13,796 ฟุต หรือ 4,205 เมตร เท่านั้น เอเวอเรสต์ ได้เกิดขึ้นมายาวนานมากกว่า 60 ล้านปีแล้ว เป็นภูเขาหินดินดาน ผสมกับหินปูน และหินอ่อน เกิดจากการชนกันของแผ่นเปลือกโลกอินเดียและแผ่นเปลือกโลกยูเรเชีย ซึ่งเมื่อแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัว มันก็จะสูงขึ้นประมาณ 0.25 นิ้ว ในทุก ๆ ปี

4. K2

K2

K2 มีความสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองมาจาก Everest และมันมีอัตราการตายมากเป็นอันดับ 2 ของโลกด้วย โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 8,611 เมตร (28,251 ฟุต) และ K2 ก็ยังเป็นหนึ่งในยอดเขาที่ไม่เคยมีใครพิชิตมันในหน้าหนาวได้เลย เช่นเดียวกับ Nanga Parbat มันจึงได้ฉายาว่า “Savage Mountain” หรือ ภูเขาแห่งความโหดร้ายทารุณ และแม้บางครั้งจะมีผู้ปีนไปจนถึงยอดเขาได้ แต่ก็ต้องสังเวยชีวิตจากลมพายุหิมะที่พัดกระหน่ำอย่างรุนแรงนั่นเอง

5. Mont Blanc

Mont Blanc

ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนระหว่างประเทศฝรั่งเศสกับประเทศอิตาลี เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาแอลป์ มีความสูง 4,808.7 เมตร ทั้ง “มงบล็อง” และ “มอนเตเบียนโก” ต่างมีความหมายว่า “ภูเขาสีขาว” สภาพทั่วไปของยอดเขามีร่องรอยการกัดเซาะของธารน้ำแข็ง ยอดเขามงบล็องมีรูปร่างยอดขรุขระ เพราะเกิดจากการโก่งตัวของแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่นคือ แผ่นแอฟริกากับแผ่นยูเรเชีย แต่หินบริเวณที่โก่งตัวกลับเป็นหินทรายกับหินปูน ยอดเขาสูงบริเวณเทือกเขาแอลป์จึงสึกกร่อนได้ง่าย จึงเป็นสาเหตุให้ยอดเขามงบล็องก็มียอดแหลมขรุขระ เพราะโดนสภาพอากาศและธารน้ำแข็งกัดกร่อนมาเป็นเวลานานหลายล้านปี สภาพภูมิอากาศของยอดเขามงบล็องเป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียน บนยอดมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของอิตาลีและฝรั่งเศส แต่มันก็เป็นต้นเหตุให้หลายคนต้องมาจบชีวิตลงที่นี่ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคให้คนกล้าที่อยากจะไปเสี่ยงที่ภูเขา นี้น้อยลงเลยสักนิด

6. Nanga Parbat

 Nanga Parbat

เป็นยอดเขาสูงสุดในโลกอันดับที่ 9 นังกาปาร์บัตแปลว่า “ยอดเขาเปลือย” “Parbat” มาจากภาษาสันสกฤตว่า “บรรพต” หรือ “ปรฺวต” ที่แปลว่าภูเขาหรือหิน และคำว่า “Nanga” ที่มาจากภาษาสันสกฤตว่า “นคฺน” ที่แปลว่าเปลือยหรือว่าง แต่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ภูเขานักฆ่า” (Killer Mountain) เพราะเป็นภูเขาที่มีอันตรายที่สุดในบรรดายอดเขาแปดพันเมตรสิบสี่ยอด โดยเฉพาะในครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 20 แม้หลังจากนั้นอันตรายจะลดลงแต่ยังปีนได้ยากอยู่ ด้วยความหฤโหดทำให้นักปีนเขามากมายต่างก็ต้องล้มเหลวและเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ อีกทั้งยอดเขาแห่งนี้หากเป็นในหน้าหนาว ยังไม่เคยมีใครพิชิตมันได้เลยแม้แต่คนเดียว

7. Kanchenjunga

 Kanchenjunga

กันเจนชุงคา (Kanchenjunga) หรือ กัญจนชังฆา เป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสามของโลก ตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัยบริเวณพรมแดนประเทศอินเดียกับเนปาล มีความสูงกว่า 8,586 เมตร หรือ 28,169 ฟุต  ถึงแม้ปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีช่วยในการปีนเขาที่ทันสมัยและก้าวหน้า แต่อัตราการตายจากการพยายามปีนยอดเขาแห่งนี้ก็ยังคงสูงอยู่เหมือนเดิม โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1 ต่อ 5 เลยทีเดียว ทั้งนี้เพราะหิมะถล่มและอากาศเลวร้ายบนเขาที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับทั้ง 7 ยอดเขาที่เราได้รวบรวมมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน เชื่อเลยว่าใครที่ชื่นชอบการปีนเขานั้นคงอยากจะไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งใช่ไหมล่ะคะ และหากเพื่อน ๆ คนไหนมีโอกาสได้ไปเยือนก็อย่ามัวหลงใหลในความสวยงามของมัน จนลืมเรื่องความปลอดภัยกันนะคะ สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ เพิ่มเติม ตะลุย 5 สถานที่อารยธรรมโบราณในพม่า ที่ต้องไปเดินทางไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต!

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ : กินน้ำตาลเยอะ ทำให้อ้วนจริงหรือ ???